“พ.ต.อ.ทวี” เตรียมหารือ “ภูมิธรรม” พาสื่อเยี่ยม 40 อุยกูร์ในจีน แจงปมจดหมาย 3 ฉบับ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงแนวทางการเดินทางไปเยี่ยมชาวอุยกูร์ 40 คน ที่ถูกส่งตัวกลับประเทศจีน พร้อมเชิญสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเป็นอยู่ หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการส่งตัวกลับ
พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า รัฐบาลไทยมีความห่วงใยในเรื่องนี้ และคำนึงถึงหลักความเป็นธรรม โดยก่อนตัดสินใจส่งตัวกลับ ได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดผลดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย พร้อมระบุว่า ไทยไม่ต้องการให้ชาวอุยกูร์ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานต่อไป
สำหรับกรณีที่มีจดหมาย 3 ฉบับ อ้างว่าชาวอุยกูร์แสดงความจำนงไม่ต้องการเดินทางกลับจีน แต่กรมราชทัณฑ์กลับระบุว่าไม่มีเอกสารดังกล่าว พ.ต.อ.ทวี ชี้แจงว่า ต้องให้กรมราชทัณฑ์เป็นผู้ตรวจสอบและชี้แจงเอง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ผู้ต้องขังชาวอุยกูร์ 5 คนที่อยู่ในเรือนจำคลองเปรม ถูกควบคุมตัวในข้อหาปล้นทรัพย์ และมีการใช้กระดาษตรากรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นกระดาษที่จำหน่ายให้ผู้ต้องขังใช้เขียนจดหมาย อย่างไรก็ตาม หากจดหมายถูกส่งออกจากเรือนจำ จะต้องผ่านการตรวจสอบและเซ็นเซอร์ที่ซองจดหมายก่อน จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่จดหมายดังกล่าวจะออกมาจากผู้ต้องขังเอง โดยยืนยันว่า จดหมายที่เขียนโดยชาวอุยกูร์ในเรือนจำมีเพียงข้อความถึงภรรยาเท่านั้น
ส่วนจดหมายที่อ้างว่ามาจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ต้องให้ สตม. เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงเอง
เมื่อถูกถามถึงประเด็นประเทศที่สามที่พร้อมรับชาวอุยกูร์ ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนระหว่างข้อมูลขององค์กรสิทธิมนุษยชนและข้อมูลของรัฐบาลไทย พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า เรื่องนี้ต้องให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นผู้ชี้แจง เนื่องจากอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับหลักมนุษยธรรม และจะดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่อไป


ส่วน‘กัณวีร์’ ท้าเปิดจดหมาย ‘อุยกูร์’ สมัครใจกลับจีน ? .
กัณวีร์ สืบแสง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม กล่าวถึงกรณีมีการกล่าวหาว่าจดหมายชาวอุยกูร์ที่มีตราเรือนจำคลองเปรมว่าเป็นจดหมายปลอมนั้น โดยระบุว่า ไม่คิดว่าเรื่องจดหมายชาวอุยกูร์จะนำไปผูกโยงอย่างไร้สาระ .
“ผมทราบว่าหลายท่านยังคงมีข้อสงสัยในจดหมายที่ผมนำมาเปิดเผย จนเป็นประเด็นใหญ่โตเพราะกังวลว่าจะไม่ใช่จดหมายจริง ในเมื่อผมเป็นคนแชร์จดหมาย ผมก็เป็นคนที่รับผิดชอบต่อข้อมูลในส่วนนี้ ดังนี้ครับ” .
1. จดหมายไม่ได้มาจากคนที่ถูกคุมขังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีศาลพระพรหมฯ ทั้งสองคนไม่ได้อยู่เรือนจำคลองเปรมครับ และเขาเป็นคนละกลุ่มกับผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้ .
2. จดหมายมาจากในห้องกักสวนพลู ตนเองไม่เคยบอกว่าจดหมายมาจากเรือนจำคลองเปรม ถ้าจะปลอม จะเอากระดาษลายนี้ให้เรื่องยืดยาวขนาดนี้ทำไม .
3. ไม่มีใครปลอมจดหมายขึ้นมา เพราะไม่ได้อะไรขึ้นมา เขาถูกส่งกลับไปแล้ว แต่ในฐานะที่ต่อสู้เรื่องการส่งกลับ ตนเองก็ต้องยันหลักฐานที่มีว่า เขามิได้สมัครใจกลับ ถ้าอยากจะตรวจสอบว่าจริงหรือไม่จริง ยินดีเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ความจริง ฟ้องได้เลย ประชาชนหรือทางรัฐบาลเอง เพราะคิดว่าประเด็นนี้ถูกยืดเยื้อเกินกว่าเหตุไปแล้ว .
4. หากทางรัฐไม่สามารถแสดงหลักฐานยืนยันว่าเขาสมัครใจกลับไป ท่านมีหน้าที่ตามกฎหมายให้เปิดเผยออกมา .
5. จดหมายจากประเทศจีนที่ส่งมาขอตัวกลุ่มนี้ เขียนมาว่า ถ้าจีนเชิญ เราถึงจะส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมได้ (as invited by Chinese side) .
6. เข้าใจว่าต่อจากนี้จะมีประเด็นใหม่ๆ มาอีก แต่ขออนุญาตไม่ตอบที่ซ้ำแล้ว จะพยายามลดข้อกังขาให้มากที่สุด แต่อย่าลืมไปตรวจสอบรัฐบาลด้วย เพราะตนเองไม่มีอำนาจบริหาร ไม่ได้เป็น 1 ในคนที่ตัดสินใจทำกระบวนการนี้ . กัณวีร์กล่าวว่า หรือที่มารุมกันเรื่องนี้ เพราะแค่อยากบิดเบือนปกปิดไม่ให้รู้ว่า จดหมายของพวกเขาถูกปิดกั้น และไปไม่เคยถึงปลายทาง .
“สำหรับผมเปิดเผยอะไรออกไป ผมรับผิดชอบในข้อมูลของผม พร้อมให้ตรวจสอบและมีหลักฐานยืนยัน สุดท้ายแทนที่เรามาช่วยกันสร้างความโปร่งใส เอามาสิครับ หลักฐานที่ยืนยันว่าพวกเขาสมัครใจกลับจีน อย่าช้าครับ ทุกคนรออยู่” กัณวีร์กล่าว .
